interlink
Tips & Tricks

TIA ขยับ!! เตรียมอัพเดทมาตรฐาน Data Center

21 เมษายน 2569
TIA ขยับ!! เตรียมอัพเดทมาตรฐาน Data Center

TIA ขยับ!! เตรียมอัพเดทมาตรฐาน Data Center


    เมื่อต้นปี 2026 วงการมาตรฐาน Data Center ขยับครั้งใหญ่ โดยสมาคมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TIA) ได้เริ่มกระบวนการอย่างเป็นทางการในการออก Addendum ต่อมาตรฐาน Data Center ANSI/TIA-942-C โดยมุ่งเน้นเรื่อง AI Computing โดยทาง TIA ได้ประกาศเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องที่เป็นสมาชิกของ TIA (Call for interest) มาเข้าร่วมโครงการนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุชื่อเบื้องต้น ของ addendum TIA-942-C-1 คือ "Telecommunications Infrastructure Standard for Data Centers – Addendum 1: Artificial Intelligence"

แล้วทำไมถึงต้องออก Addendum ใหม่? ทั้งๆที่ TIA-942-C ก็เพิ่งออกมาเมื่อ พฤษภาคม 2024 นี้เอง


คำตอบสั้นๆ คือ : AI มันเปลี่ยนเกมไปเร็วมากจนมาตรฐานตามแทบไม่ทัน


    AI Data Center มี workload ที่มาก และการบริหารจัดการสายภายใน Data Hall อาจต้องเจอกับสายไฟเบอร์ มากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับ Data Center แบบดั้งเดิม

Jonathan Jew หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของคณะ TR42.1 ซึ่งเป็นคณะร่างมาตรฐาน ANSI/TIA-942-C เคยกล่าวไว้ในปี 2024 ว่า 400G จะเป็นความเร็วพื้นฐานเริ่มต้นสำหรับ AI Data Center และในปี 2026 เราจะเห็น 1.6 Terabit ซึ่งต้องใช้ไฟเบอร์ถึง 16 core

เขาเคยออกแบบโปรเจกต์ AI Data Center ขนาดใหญ่ที่ต้องเชื่อมต่อ AI cluster 2 ชุด จาก 2 ห้องเข้าด้วยกัน ต้องใช้ไฟเบอร์ราว 70,000–80,000 core ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่จะนึกถึง และนั่นจึงทำให้เกิดเทคโนโลยีของหัวไฟเบอร์แบบ Array ชนิดต่างๆมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่หัว MPO หรือ MTP อย่างที่เราคุ้นชินกัน เช่น หัว VSFF, MMC, MDC รวมไปถึงสายสำเร็จรูปพร้อม Transceiver เช่น DAC และ AOC ก็นิยมต่อการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ




TIA-942-C-1 จะครอบคลุมอะไรบ้าง?

    TIA-942-C-1 จะครอบคลุม ทั้งระบบระบายความร้อน (cooling) ระบบไฟฟ้า (electrical) รวมถึงรายละเอียดด้านสายสัญญาณ นั่นหมายความว่า Addendum นี้ไม่ได้แค่บอกว่า "ควรใช้สายแบบไหน" แต่มองภาพรวมของโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดที่ต้องรองรับ AI workload ที่กินพลังงานสูงและต้องการ bandwidth สูงพร้อมกัน แม้การอัพเดทมาตรฐานนี้จะยังอยู่ในระหว่างร่าง แต่ทิศทางที่ชัดเจนจากข้อมูลในตลาดบอกเราว่า สำหรับการออกแบบ Data Center ในปี 2026 ควรวางโครงสร้างให้ยืดหยุ่นเพียงพอ ทั้งในด้าน space, power distribution, cabling pathways, และ cooling เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะก้าวกระโดดและพัฒนาต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับ AI cluster และพื้นที่ระดับ Extreme high-density


    สุดท้ายสำหรับประเทศไทยบ้านเราก็เริ่มมีการลงทุนระดับ Hyper Scale Data Center เข้ามาเรื่อยๆ รวมถึง Data Center ทั่วไปตามองค์กรก็เริ่มขยายตัวมากขึ้น การใช้ MPO fiber แบบ high-density เช่น 144-fiber trunk cable สามารถลดจำนวนสายสัญญาณที่ต้องจัดการได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับการเดินสายแบบ One cable per core และที่สำคัญที่สุด  ในสภาพแวดล้อมที่ rack ปล่อยความร้อนระดับ 10–20 kW การจัดการสายที่ดีสามารถลดต้นทุนระบบ cooling ได้ถึง 20–30%  และในทางกลับกัน ปริมาณสายที่เยอะขึ้น และการจัดสายอย่างไม่เป็นเป็นระเบียบ จะกลายเป็นเรื่องวิกฤตสำหรับ Data Center


Author : 
Thuwanon Singkajorn – Product Specialist Manager

Tips & Tricks อื่น ๆ