ILINK งบไตรมาส 2/69 ทำรายสะสมได้ 1,784 ล้านบาท กำไรสุทธิ 145 ล้านบาท เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โฟกัสธุรกิจหลัก บริหารการเงินเข้มแข็ง รับดีมานด์ Data Center, Cloud และ AI หนุน พร้อม Backlog งานวิศวกรรมแน่น

11 สิงหาคม 2569


interlink


        Q2 ผลงานแกร่งตามนัด เดินหน้าหนุนอนาคต ลุยธุรกิจหลักเต็มอัตรา วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 โดยยังคงสามารถสร้างรายได้ และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,784.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 145.10 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจและการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่ธุรกิจหลักทั้งการจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และธุรกิจวิศวกรรมโครงการยังคงดำเนินไปตามแผนที่กำหนด

        ผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าว ได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุน การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และความต้องการเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center, Cloud Computing และ Artificial Intelligence (AI) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสื่อสาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ในระยะต่อไป

        นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นธุรกิจหลักให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ภายหลังการหยุดรับรู้ผลประกอบการของ ITEL ในงบการเงินรวม ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจของ ILINK มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถบริหารจัดการทรัพยากรและเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมุ่งสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในระยะยาว


        นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังมีความท้าทาย แต่เรายังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงความต้องการสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center, Cloud และ AI ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลขณะเดียวกัน ธุรกิจวิศวกรรมโครงการยังมี Backlog ที่ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง และบริษัทอยู่ระหว่างการแสวงหาโอกาสงานโครงการใหม่เพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสื่อสาร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจในระยะยาว”


        โดยรายได้ของ ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เติบโตต่อเนื่อง รองรับดีมานด์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ ILINK ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 2/69 มีรายได้รวม 761.94 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 61.94 ล้านบาท ขณะที่รายได้สะสมอยู่ที่ 1,734.94 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของฐานลูกค้า และความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสื่อสารและดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

        นับว่าการดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับกลยุทธ์ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไป” ของกลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ซึ่งมุ่งยกระดับ ILINK สู่การเป็น “ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร” โดยให้ความสำคัญกับการขยายตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัล โดยนับว่าหลังจากนี้ แนวโน้มการลงทุนใน Data Center, Cloud, AI, Smart Building, Digital Infrastructure และ Energy Transition รวมถึงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายฐานลูกค้า และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

        สำหรับธุรกิจวิศวกรรมโครงการ โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้า และพลังงาน เดินหน้าสะสม Backlog รองรับการเติบโตระยะยาว โดยในไตรมาส 2/69 มีรายได้รวม 27.20 ล้านบาท ขณะที่รายได้สะสมอยู่ที่ 49.26 ล้านบาท ส่งผลทำกำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะทยอยรับรู้ตามความคืบหน้าของโครงการ แต่บริษัทมี Backlog จากสัญญาที่ได้รับแล้ว ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่ม Backlog และสร้างความต่อเนื่องของรายได้ในระยะยาว (อ่านข่าวรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://interlink.co.th/news/detail/OpO4IfweVN)

        และล่าสุด บริษัทได้รับงานโครงการจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่ากว่า 1,813 ล้านบาท สำหรับโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำแรงดันสูง 115 kV (วงจรที่ 4) พร้อม Fiber Optic 24 Core ไปยังเกาะสมุย โดยได้ลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Backlog ให้แก่ธุรกิจวิศวกรรม และสนับสนุนการรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป โดยบริษัทประเมินว่าการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ ร่วมกับ Backlog เดิม จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตในระยะถัดไป และแสดงถึงความเชี่ยวชาญ “Thailand Champion Submarine Cable” เสริมความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกด้วย


        ซึ่งในกลุ่มธุรกิจนี้ มีประสบการณ์มากกว่า 17 ปี และมีผลงานโครงการสำคัญในหลายพื้นที่ เช่น เกาะพะงัน เกาะกูด เกาะเต่า และเกาะล้าน รวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการสื่อสารอื่น ๆ โดยความเชี่ยวชาญดังกล่าวเป็นจุดแข็งสำคัญ และเป็นงานวิศวกรรมเฉพาะทางที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากรที่มีประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารโครงการที่มีความซับซ้อนสูงอีกด้วย


        นอกจากนี้ ILINK ยังมีผลงานจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงความไว้วางใจจากหน่วยงานสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมประมูลงานในอนาคต ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ

        สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ILINK มุ่งสู่ Digital Infrastructure รองรับเมกะเทรนด์การลงทุนระยะยาว และยังคงมุ่งเน้นการสร้าง Quality Growth ควบคู่กับการบริหารต้นทุน และกระแสเงินสดอย่างมีวินัย พร้อมขยายธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และงานวิศวกรรมเฉพาะทาง ตลอดจนบริษัทมองว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การขยายตัวของ Data Center และ Cloud การประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Connectivity) จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในระยะยาว


        “ILINK จะเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยใช้จุดแข็งด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือเป็นฐานในการขยายธุรกิจ พร้อมมุ่งบริหารการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านรายได้ กำไร และประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย” นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ กล่าวทิ้งท้าย


Share