18 สิงหาคม 2569
เผยโฉม 5 ทีมกรุงเทพฯ คว้าตั๋วรอบเข้ารอบชิงสำเร็จ วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านระบบสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จัดการแข่งขัน “Cabling Contest ปีที่ 14” ภายใต้แนวคิด “The Masterpiece Behind The Network” เปิดเวทีให้นิสิต นักศึกษา และเยาวชนสายเทคโนโลยีจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ประชันทักษะทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมฝีมือด้าน Cabling Infrastructure และ Network Infrastructure สู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลและรางวัลเกียรติยศรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท 
การแข่งขัน Cabling Contest จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดยมุ่งสร้าง “เวทีแห่งโอกาส” ให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะวิชาชีพ และทดสอบศักยภาพภายใต้โจทย์ที่ใกล้เคียงกับการทำงานในภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนให้มีทั้งความรู้ ความสามารถ และทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
โดยมี แนวคิด “The Masterpiece Behind The Network” สะท้อนให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะขับเคลื่อนโลกด้วยนวัตกรรมที่ก้าวหน้า แต่เบื้องหลังระบบทั้งหมดล้วนต้องอาศัย “โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ” และ “บุคลากรที่มีทักษะ” เป็นองค์ประกอบสำคัญ ตั้งแต่ระบบเครือข่ายภายในอาคาร ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ระบบ Cloud Infrastructure ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI), Internet of Things (IoT), Smart City และ Digital Transformation ซึ่งบุคลากรด้านระบบสายสัญญาณ ไม่ได้มีบทบาทเพียงการติดตั้งอุปกรณ์ หรือ เชื่อมต่อระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงมีผลโดยตรงต่อการดำเนินงานขององค์กร ภาคธุรกิจ และการพัฒนาประเทศในภาพรวม การพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมทั้งด้านความรู้เชิงเทคนิคและการปฏิบัติงานจริง จึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานกำลังคนดิจิทัลในระยะยาว
สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกในพื้นที่กรุงเทพฯ มีทีมจากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 15 ทีม โดยผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านบททดสอบด้านความรู้ และทักษะอย่างเข้มข้น ครอบคลุมตั้งแต่หลักการและมาตรฐานระบบสายสัญญาณ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย การติดตั้งและเชื่อมต่อระบบ การทดสอบประสิทธิภาพ ตลอดจนการวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ภายใต้เงื่อนไขด้านเวลา ความถูกต้อง ความปลอดภัย และมาตรฐานการปฏิบัติงาน


รูปแบบการแข่งขันแบ่งการประเมินออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคทฤษฎี ซึ่งมุ่งวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานสายสัญญาณ หลักการออกแบบระบบเครือข่าย และแนวทางการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และ ภาคปฏิบัติ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องลงมือปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การเตรียมงาน การติดตั้งและเชื่อมต่อระบบ การตรวจสอบความถูกต้อง ไปจนถึงการทดสอบประสิทธิภาพของระบบ โดยคณะกรรมการพิจารณาจากความถูกต้อง ความเรียบร้อย ความปลอดภัย ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน รวมถึงทักษะการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า


นอกจากการประชันทักษะแล้ว ผู้เข้าแข่งขันยังได้รับองค์ความรู้เพิ่มเติม ผ่านการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “LINK Essential Cabling Standards & Future Skills” โดยมี นายภาคภูมิ พลธร Technical and Products Training Director เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานระบบสายสัญญาณระดับสากล แนวทางการออกแบบ และติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายอย่างถูกต้อง ตลอดจนทิศทางเทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นสำหรับวิศวกร ช่างเทคนิค และบุคลากรด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต พร้อมนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK ให้สอดคล้องกับลักษณะงานและมาตรฐานวิชาชีพ
ในโอกาสดังกล่าว นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าแข่งขัน คณาจารย์ และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาคนควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมองว่าการนำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมาตรฐานวิชาชีพเป็นกำลังขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง พร้อมสนับสนุนให้เยาวชนใช้เวที Cabling Contest เป็นพื้นที่ในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางวิชาชีพในอนาคต
ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาผลงาน และศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันอย่างรอบด้าน ก่อนคัดเลือก 5 ทีมตัวแทนกรุงเทพฯ ที่ทำคะแนนได้โดดเด่น และมีความพร้อมเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่
ทั้ง 5 ทีมจะได้ก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เพื่อประชันความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านระบบสายสัญญาณและโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายกับตัวแทนจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมี เป้าหมายสู่การเป็น “สุดยอดทีม Cabling Contest ปีที่ 14” และชิงถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติ พร้อมเงินรางวัลและรางวัลเกียรติยศรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท
การแข่งขัน “Cabling Contest ปีที่ 14” จึงไม่เพียงเป็นเวทีค้นหาสุดยอดทีมผู้ชนะ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เพื่อรองรับโลกการทำงานยุคใหม่ที่ทุกระบบเครือข่ายล้วนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเป็นรากฐาน หนุนก้าวเติบโตต่อเนื่องในอนาคตได้อย่างมั่นคง

ไปกันต่อ เตรียมพบกับความเข้มข้นในศึก Cabling Contest ปีที่ 14 รอบคัดเลือกภาคใต้ วันที่ 10 กันยายน 2569 นี้ เพื่อค้นหา 5 ทีมตัวแทนภาคใต้ที่จะได้ตั๋วผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ร่วมลุ้น และส่งกำลังใจให้เหล่าเยาวชนคนรุ่นใหม่มาประชันฝีมือ และเปล่งประกายบนเวทีแห่งเกียรติยศไปพร้อมกัน