2026-04-08 08:27:25
องค์กรยุคใหม่ไม่อาจมองข้าม “Infrastructure ที่ดี” คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในยุคดิจิทัล วันนี้ (8 เมษายน 2569) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาออนไลน์ “Next Tech: Building Strong Data Centers from the Fundamentals: Cabling & Connectivity Solutions” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกด้านการออกแบบ และพัฒนา Data Center อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ “พื้นฐานที่ถูกต้อง” สู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร

การสัมมนาครั้งนี้ ได้เจาะลึกให้ความสำคัญของครอบคลุม “ยิ่งรากฐานแข็งแรง ยิ่งต่อยอดได้ไกล” โดยเน้นให้เข้าใจถึงบทบาทของ Digital Infrastructure ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต้องรองรับทั้ง Cloud Computing, Big Data, AI, IoT รวมถึงแอปพลิเคชัน ที่ต้องการความเร็ว และความเสถียรภาพสูงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ในการเป็นผู้ให้ความรู้ ที่ไม่เพียงนำเสนอสินค้า และโซลูชัน แต่ยังส่งต่อองค์ความรู้ที่จำเป็นให้กับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนบุคลากรในสายงานไอที และวิศวกรรมทั่วประเทศ โดยผู้ที่เข้าร่วมสัมมนา จะได้รับทั้งความรู้เชิงลึก แนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และมุมมองใหม่ ๆ ในการพัฒนา Data Center จาก LINK SOLUTION ให้ตอบโจทย์องค์กรในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธนากร ชนะวงศ์วิสุทธิ์ Network Engineer Manager วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานสายสัญญาณ และการเชื่อมต่อ จาก LINK มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ครอบคลุมทั้งมุมมองเชิงเทคนิค และเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรสามารถวางแผนพัฒนา Data Center ได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน และรองรับการเติบโตในอนาคต

โดยมี การเจาะลึก 3 หัวข้อหลัก เสริมแกร่ง Data Center อย่างครบวงจร ได้แก่ Data Center Trend 2026: Essential Cabling & Connectivity with Global Standards (TIA/ISO/IEEE) : เป็นการอัปเดตแนวโน้มของ Data Center ในปี 2026 ที่กำลังมุ่งสู่ความเร็วสูง (High-Speed Connectivity) และความหนาแน่นของข้อมูล (High Density) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายถึง ความสำคัญของการออกแบบระบบการวางสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบการเชื่อมต่อสื่อสารให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมี การยกตัวอย่างของ TIA (Telecommunications Industry Association), ISO (International Organization for Standardization) และ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบมีความเสถียร ปลอดภัย และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับโลก


นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีใหม่ เช่น การใช้งานไฟเบอร์ออปติกความเร็วสูง (High-Speed Fiber Optic), ระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เน้นความเร็วระดับแสง และความเสถียรที่ไร้ขีดจำกัด รวมถึงการออกแบบที่รองรับการขยายระบบในการขยายตัว หรือ ความยืดหยุ่นในการรองรับการเติบโต และการลดความหน่วง หรือ ทำให้ข้อมูลวิ่งเร็วขึ้น (ไม่มีอาการดีเลย์) ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของ Data Center ยุคใหม่

ต่อด้วยการอธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานระบบสายสัญญาณ สำหรับ Data Center ประสิทธิภาพสูง หรือ Fundamentals of Cabling Infrastructure ที่เป็นการต่อยอดถึงการปูพื้นฐานที่สำคัญของระบบสายสัญญาณ ซึ่งนับเป็น “กระดูกสันหลัง” ของ Data Center โดยเนื้อหาได้ครอบคลุมตั้งแต่ การวางผังการออกแบบระบบสายสัญญาณที่เป็นระเบียบ และเป็นมาตรฐาน การเลือกประเภทสายสัญญาณที่เหมาะสม (Copper vs Fiber Optic), การบริหารจัดการสาย (Cable Management) ไปจนถึงมาตรฐานการติดตั้งที่ถูกต้อง อีกทั้งยังได้เรียนรู้ถึงแนวทางการลดความเสี่ยงจากปัญหาที่มักเกิดขึ้นในระบบ เช่น การสูญเสียสัญญาณ (Signal Loss), ความร้อนสะสม และการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) รวมถึงวิธีการออกแบบระบบให้รองรับการบำรุงรักษา (Maintenance) และการอัปเกรดในอนาคตได้อย่างสะดวก และคุ้มค่าอีกด้วย


ในโอกาสนี้ ยังได้เจาะลึกถึงอุปกรณ์สำคัญ Connectivity Components That Matter ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของระบบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Connector, Patch Panel, Adapter, Rack System รวมถึงอุปกรณ์ Passive ต่าง ๆ ที่ถูกมองข้าม แต่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของเครือข่าย รวมถึงวิทยากรได้อธิบายถึง หลักการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อช่วยลดระยะเวลาขัดข้อง เพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ และยืดอายุการใช้งานของระบบโดยรวม พร้อมทั้ง ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในอุปกรณ์ที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน ได้เน้นถึงการสะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของ Data Center ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่เทคโนโลยีปลายทางเท่านั้น แต่ต้องเริ่มต้นจากการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง ตั้งแต่ระดับฐานราก ซึ่งเป็นชั้นที่รองรับทุกระบบการทำงาน นับว่าการออกแบบที่ดี จะช่วยให้ Data Center สามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และสามารถลดความเสี่ยงจากการขัดข้อง เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น


งานสัมมนา “Next Tech: Building Strong Data Centers from the Fundamentals: Cabling & Connectivity Solutions” ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับ Digital Infrastructure ขององค์กรไทยให้สามารถก้าวสู่ Data Center ที่มีประสิทธิภาพสูง มั่นคง ปลอดภัย และพร้อมรองรับการเติบโตของโลกดิจิทัลในอนาคตได้อย่างแท้จริง
เพราะอนาคตของ Data Center ที่ดี ต้องเริ่มต้นจาก Infrastructure ที่แข็งแกร่ง
ก้าวนำสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล อย่างเต็มประสิทธิภาพ
